Untitled Document
ส่งสการ ดอท คอม เข้ามาอู้มาจ๋ากั๋นม่วนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับผาสาท งานบุญล้านนาต่างๆ ภาษาล้านนา ฯลฯ
Untitled Document
หน้าหลัก
ความหมายของส่งสการ
ลักษณะการจัดศพ
พิธีกรรม
ประวัติที่มาของปราสาท
สล่า(ช่าง)ผู้ทำปราสาทศพในปัจจุบัน
ประวัติการตั้งชมรม
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์
สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด
ไว้อาลัยน้องละอ่อนดอยสะเก็ด
 
กรุณากรอก อีเมล์ ให้ถูกต้อง
พิธีกรรม
/ หน้า 2
 


งานศพ ั้เป็นงานที่ทุกคนต้องมาช่วยกันเพราะงานแบบนี้มิได้วางกำหนดการไว้ล่วงหน้า เป็นงานที่ต้องรีบเร่งบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่มี ดังนั้นสมัยโบราณจึงมีการนำเอาวัตถุสิ่งของต่าง ๆ มาช่วยเจ้าภาพไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ฟืน พืชผักชนิดต่าง ๆ แล้วก็มาช่วยกันจัดเตรียมวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในงานศพ เหตุนั้นเมื่อมีการตายเกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน การตั้งศพไว้ที่บ้านนั้นก็มักจะใช้เวลาไม่นานประมาณ ๑-๓ วันเพราะว่าสมัยก่อนยังไม่มียาฉีดเช่นปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีการใช้น้ำเกลือก็ดี น้ำผึ้งก็ดีประสิทธิภาพก็ยังไม่มาก อีกประการหนึ่งการเสียชีวิตที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างหรือได้รับอุบัติเหตุต่าง ๆ เป็นต้น ก็ไม่นิยมเก็บศพไว้ข้ามคืนมักจะนำเอาไปเผาในวันนั้นทีเดียว ต้องรีบจัดการเอาไปฝังหรือเผาตามแต่จารีตที่ได้กำหนดมาหากไม่ทำก็จะถือว่าอัปมงคลแก่บรรดาญาติพี่น้องและบ้านเมือง

เมื่อมีคนตาย นอกเหนือไปจากกิจที่ต้องทำเกี่ยวกับศพแล้วก็ยังต้องมีการหาวันที่จะเอาศพไปเสียด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญโดยล้านนาถือว่าในรอบ ๗ วันจะมีวันที่ไม่ควรเอาศพไปเผาหรือฝังเว้นแต่สุดวิสัยอย่างในประเพณีชีวิตคนเมืองกล่าวไว้ว่า..การเผาศพไม่ให้ตรงกับวันพระ วันเก้ากอง..โดยผู้ที่เป็นคนกำหนดก็ได้แก่อาจารย์วัด หรือพระสงฆ์ในหมู่บ้านนั้น ๆ นั่นเอง หากได้วันแล้วก็จะมีการเตรียมเครื่องไทยทาน,ไม้ศพ,อาหารสำหรับผู้มาร่วมงาน เมื่อถึงวันที่กำหนดแล้วก็จะมีการนิมนต์พระสงฆ์สามเณรมาที่บ้านผู้ตาย พิธีจะเริ่มด้วยการจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระสมาทานศีล พระสงฆ์ให้ศีล จากนั้นอาจารย์ก็จะโอกาสเวนทานเริ่มด้วยการกล่าวคำสูมาเครื่องไทยทาน,ยอคุณพระพุทธเจ้า,โอกาสเวนตาน

คำสูมาคัวตาน หมายถึง คำขอขมาเครื่องไทยทาน เป็นธรรมเนียมของคนล้านนาที่ต้องทำเพราะว่า บางครั้งบางทีเมื่อต้องเตรียมเครื่องไทยทานถวายพระสงฆ์นั้นอาจจะมีการกระทำหรือคำพูดที่ไม่เหมาะสมหรือว่าเครื่องไทยทานนั้นมีความไม่เรียบร้อย ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดโทษแก่ผู้ที่จัดเตรียมก็ดี เจ้าภาพก็ดี อันจะส่งผลถึงอานิสงส์ในการถวายทานนั้นให้ลดลง ครูบาอาจารย์นักปราชญ์ก็เลยแต่งคำขอขมาเครื่องไทยทาน พร้อมกับต้องมีดอกไม้ธูปเทียนน้ำขมิ้นส้มป่อย วางไว้ในพานให้เจ้าภาพหรือญาติถือเวลาที่อาจารย์กล่าวขอขมาเครื่องไทยทาน เมื่อกล่าวจบก็นำเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยไปปะพรมยังเครื่องไทยทานทั้งหมดถือว่าได้กระทำการขอขมาเรียบร้อยและเครื่องไทยทานทั้งหมดก็จะบริสุทธิ์เหมาะสมกับที่จะถวายแก่พระสงฆ์ต่อไป ต่อไปนี้จะเอาตัวอย่างคำขอขมาเครื่องไทยทานมาให้ทุกท่านได้อ่าน คำขอขมาเครื่องไทยทานนั้นอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเพราะมีการแต่งอยู่หลายสำนวนแต่เนื้อแท้นั้นเป็นอันเดียวกันนั่นเอง

คำสูมาคัวตาน
คำยอคุณพระพุทธเจ้า 
โอกาสเวนตานหาผู้ตาย

เมื่ออาจารย์ทำพิธีต่าง ๆ เสร็จสิ้นไปก็จะมีการถวายเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์แล้วก็อนุโมทนา ๆ ของพระสงฆ์นั้นเท่าทีทราบมามิได้กระทำเช่นปัจจุบัน แต่ว่าเป็นการอนุโมทนาแบบโวหารเฉพาะรูปมิได้อนุโมทนาเป็นหมู่ดังเช่นปัจจุบัน สุดท้ายอาจารย์ก็จะนำกล่าวแผ่เมตตาอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นการแผ่เมตตาให้แก่สัพพสัตว์ทังปวงในการนี้ทั้งเจ้าภาพและผู้มาร่วมงานก็จะกรวดน้ำกันตอนนี้เลยสำหรับคำแผ่เมตตานั้นก็ต่างจากของภาคอื่นเหมือนกันเพราะทางล้านนาแบ่งแยกแจกซอยไปเป็นอย่าง ๆ เริ่มตั้งแต่เทวดาเรื่อยมาจนถึงครูบาอาจารย์ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เดรัจฉานและคนทีไม่รู้จักกัน

คำแผ่เมตตาและคำขึ้นขันตั้งของล้านนา

 

   

Copyright ©2008 www.songsakarn.com All rights reserved. Design by Easy Soft