Untitled Document
ส่งสการ ดอท คอม เข้ามาอู้มาจ๋ากั๋นม่วนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับผาสาท งานบุญล้านนาต่างๆ ภาษาล้านนา ฯลฯ
Untitled Document
หน้าหลัก
ความหมายของส่งสการ
ลักษณะการจัดศพ
พิธีกรรม
ประวัติที่มาของปราสาท
สล่า(ช่าง)ผู้ทำปราสาทศพในปัจจุบัน
ประวัติการตั้งชมรม
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์
สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด
ไว้อาลัยน้องละอ่อนดอยสะเก็ด
 
กรุณากรอก อีเมล์ ให้ถูกต้อง
ประวัติที่มาของปราสาท
/ หน้า 1


000
วิวัฒนาการของปราสาท
ลักษณะของปราสาทในแต่ละชนชั้น
ลักษณะปราสาทแบบต่าง ๆ
สัตว์หิมพานต์
ลักษณะของนกหัสดีลิงค์
การสร้างนกหัสดีลิงค์
การเตรียมงานส่งสการ
การอาราธนาศพขึ้นสู่ปราสาท
ขบวนศพ

 

สำหรับปราสาทที่ใส่ศพของคนในล้านนานั้นหากจะค้นหากันว่ามีรูปร่างกันอย่างไรมีการใส่ปราสาทครั้งแรกเมื่อใดนั้นเป็นเรื่องยากที่จะบอกให้ทราบได้ แต่จากบันทึกที่ได้จากตำนานต่าง ๆ ก็พอที่จะกล่าวได้ว่าการใช้ปราสาทใส่ศพนั้นคงจะมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ลักษณะของปราสาทก็ดี นกหัสดีลิงค์ก็ดียังไม่อาจที่จะกำหนดให้แน่นอนลงไปว่ามีรูปร่างกันอย่างไร เพราะเป็นการบอกกล่าวกันอย่างกว้าง ๆ เหตุที่ต้องใช้ปราสาทและแยกต่างหากจากคนทั่ว ๆ ไปก็อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วว่า เป็นผู้ที่ถือกำเนิดมาจากสวรรค์ ลงมาสร้างสมบารมี เมื่อมีชีวิตอยู่ก็อยู่ในปราสาทราชวัง ตายไปแล้วก็ควรจะมีปราสาทเป็นที่เก็บร่างกายแล้วก็เผาไปพร้อมกันด้วยถือว่า ปราสาทนั้นก็เป็นเครื่องสักการะอย่างหนึ่ง อย่างพงศาวดารเมืองเชียงตุงที่เรียบเรียงโดย อาจารย์ทวี สว่างปัญญางกูรได้กล่าวถึงงานศพของเจ้าสามหรือเจ้าจุฬามณี สิรเมฆภูมินทนรินทาเขมาธบติราชาว่าเลียนแบบมาจากการจัดงานศพของเจ้าเจ็ดพันตู ซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าผายูกษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๘ พระองค์ทรงส่งเจ้าเจ็ดพันตูมาครองเมืองเชียงตุงเมื่อพระชนม์ได้ ๑๗ ชันษาและสิ้นพระชนม์เมื่ออายุได้ ๒๙ ชันษาว่า...ด้านเมืองเชียงตุง พระยาเมืองเชียงจีนเป็นประธาน พร้อมกับท้าวพระยา พวก นายข้า เจ้า ได้จัดงานศพตามแบบอย่างเจ้าเจ็ดพันตู สัตตพันธุราชาดังนี้ ผ้าประดับแก้ว ๑๕ ชั้น หน้าแว่น ๔ หน้า มี ๘ แห่ง ดอกแก้วพอกคำตัน ๑๔ ชั้น ขันคว่ำขันหงายใส่ปิ่นแก้ว หน้าวัวติดทองคำเทวบุตรมี ๔ องค์ รูปเทวบุตร ๔ องค์ รูปเทวดามี ๔ องค์ นั่งคุกเข่าเหนือสัสดีลิงราชาหงส์ ๒ ตัว ตั้งเหนือราชรถ ประเพณีมีฉะนี้

อีกแห่งหนึ่งคือบันทึกการจัดงานศพของพระนางวิสุทธิเทวีดังปรากฏในพงศาวดารโยนกของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค)ที่กล่าวไว้แต่เพียงว่า...ลุศักราช ๙๔๐ ปีขาล สัมฤทธิศก เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ นางพระยาวิสุทธิราชเทวีผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ถึงพิราลัย พระยาแสนหลวงแต่งการศพทำเป็นพิมานบุษบก ตั้งบนหลังนกหัสดินทร์ขนาดใหญ่รองด้วยเลื่อนแม่สะดึง เชิญหีบพระศพขึ้นไว้ในบุษบกนั้นแล้วฉุดชักไปด้วยแรงคชสาร เจาะพังกำแพงเมืองไปถึงทุ่งวัดโลก ก็กระทำฌาปนกิจ ถวายเพลิง ณ ที่นั้น เผาพร้อมทั้งรูปสัตว์และวิมานที่ทรงศพนั้นด้วย จึงเป็นธรรมเนียมลาวในการปลงศพเจ้าผู้ครองนครทำเช่นนี้สืบกันมา...และปรากฏในตำนานพื้นเมืองเชียงแสนซึ่งอยู่ในตำนานสิงหนวัติประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๑ ก็ได้กล่าวถึงการเอาศพใส่ปราสาทแล้วลากไปเผาของเจ้านายและพระสงฆ์มีความดังนี้

๑. ศักราชได้ ๑๐๔๕ ตัว ราชครูเจ้าวัดหลวงอนิจกรรมไปแล้ว ใส่ปราสาทต่างลูกนกหัสดีลิงค์ ส่งสักการด้วยเรื่อพ่วงกลางแม่น้ำของ(โขง) ถึงเดือน ๑๒ สมเด็จเจ้าวัดป่างัวเชียง อนิจกรรมไปก็ใส่ปราสาทต่างลูกนกหัสดีลิงค์ส่งสักการฉันเดียวกันนั้นแล
๒. ศักราชได้ ๑๐๕๐ ตัว มหาป่าเจ้าวัดศรีไชยตนหลวงอนิจกรรมไปแล้วใส่ปราสาทตางลูกนกหัสดีลิงค์ ส่งสักการด้วยพ่วงแพ
๓. ศักราชได้ ๑๐๕๗ ตัว ฟ้าหลวงกินเมืองได้ ๔ ปีแล้วก็จุติตายไปแล แล้วก็ใส่ปราสาทตางลูกนกหัสดีลิงค์ส่งสักการเสีย
๔. ศักราชได้ ๑๐๕๘ ตัวสมเด็จมหาปาลเจ้าวัดเชตวันก็ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้วใส่ปราสาทลูกช้างเอราวัณส่งสักการด้วยเรือพ่วงกลางน้ำแม่ของที่ท่าหลวงนั้น
๕. ศักราชได้ ๑๐๗๓ ตัว ปีลวงเม้าเดือน ๕ แมงระฝ่าเจ่สู่งหงวน เมืองเชียงแสนตายแล้ว แอพระแอ่เป็นจักคายแทนเจ้าลมเสนนาขวาตนน้องเป็นเจ้าฟ้ากินเมืองเชียงแสนที่นี้มาได้ ๑๐ ปีก็ถึงอนิจกรรมไป...แปงมหาปราสาทเจ้าฟ้าลมเสนส่งสักการด้วยพ่วงแพที่กลางน้ำแม่ของเสียในวันนั้นแล
๔. ศักราชได้ ๑๐๗๙ ตัว ปีเมืองเล้า เดือน ๔ มหาป่าวัดศรีไชยตนหน้อยถึงแก่มรณภาพไปแล้ว ใส่ปราสาทต่างลูกนกหัสดีลิงค์ ส่งสักการแล
๕. ศักราชได้ ๑๐๘๖ ตัว มหาสังฆราชเจ้า วัดป่าแดงหลวงตนใหญ่ อนิจกรรมไปแล สร้างปราสาทต่างลูกช้างเอราวัณส่งสการ
๖. ศักราชได้ ๑๐๙๐ ตัว ปีเปิกสัน เจ้าฟ้ายอดคำเมือง กินเมืองมาได้ ๔ ปีอายุได้ ๒๕ ปีก็จุติไปแล้วสร้างปราสาทใส่รูปนกหัสดีลิงค์แล้วส่งสักการเส


 
 

Copyright ©2008 www.songsakarn.com All rights reserved. Design by Easy Soft