Untitled Document
ส่งสการ ดอท คอม เข้ามาอู้มาจ๋ากั๋นม่วนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับผาสาท งานบุญล้านนาต่างๆ ภาษาล้านนา ฯลฯ
Untitled Document
หน้าหลัก
ความหมายของส่งสการ
ลักษณะการจัดศพ
พิธีกรรม
ประวัติที่มาของปราสาท
สล่า(ช่าง)ผู้ทำปราสาทศพในปัจจุบัน
ประวัติการตั้งชมรม
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์
สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด
ไว้อาลัยน้องละอ่อนดอยสะเก็ด
 
กรุณากรอก อีเมล์ ให้ถูกต้อง
ประวัติที่มาของปราสาท
/ หน้า 1



ลักษณะของปราสาทในแต่ละชนชั้น

สำหรับรูปแบบของปราสาทที่ใช้ใส่พระศพของพระมหากษัตริย์,เชื้อพระวงศ์และพระสงฆ์หรือแม้แต่ชาวบ้านธรรมดามีการกำหนดรูปแบบที่ชัดเจนว่าชนชั้นใดสมควรจะใส่ปราสาทแบบใดซึ่งมีการกำหนดกันไว้ดังนี้

๑.พระมหากษัตริย์พระราชวงศ์ชั้นสูงและพระสงฆ์
สันนิษฐานว่าน่าจะใช้ปราสาทที่มีลักษณะเป็นเรือนยอดหรือที่เรียกกันว่า ปราสาทหลังกูบและวางบนหลังสัตว์หิมพานต์ อีกทั้งอาจจะมียอดเกินกว่า ๑ ยอด
๒.เจ้านายชั้นรองลงมาพระสงฆ์-สามเณรโดยทั่ว ๆ ไป,ขุนนางและคหบดีสันนิษฐานว่าน่าจะใช้ ปราสาทหลังก๋าย,หลังเปียง,มุจรินทร์และกาโจง
๓.สำหรับชาวบ้านธรรมดาสามัญโดยทั่ว ๆ ไปก็มักจะเป็นแมวครอบศพเฉย ๆ


ลักษณะของปราสาท

หากจะถามถึงรูปแบบของปราสาทชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นคงจะหาดูได้ยากหากย้อนขึ้นไปในเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาว่ามีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร แต่ก็มีการบันทึกไว้อยู่บ้างเหมือนกันเช่นในธรรมมหาชาติเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ ๙

ได้กล่าวถึงพระเวสสันดรจะสร้างปราสาทให้แก่พระนางมัทรีไว้ดังนี้....กูปี้จักหื้อสร้างวิมานผาสารทงามวิลาศบวรแต่แม่เรือนนอนเหนือแผ่น แตบต๊องแต่นปฐวีป่องรูจีสลอก ไต่ต๋งสอดขัดขวาง เจื้อแป้นวางลาดเลือนบ่หื้อขดค้ายเคลื่อนไปด้วยอันจ่าไม้หากรจนาตกแต่ง ทุกตี้แห่งต๋ำกล๋าง ตี๋นเจื้อแป้นวางต๋งหีดงามผะณีตสุวรรณ เสาขอมยัยถ้อยถี่กุ้งก๊ามที่ตี๋นผังมันเบ็งจะป๊าดผันขัดไขว่ จายหลวงใส่มุงดีตังยองปีและกาบจว้า แต่งมุขหน้าออกทุกปายตังขันหงายจายควบ รูปราคอวบหลังจ๋องยอหัวยองหลังกูบ เอาอกอูบหลังจาย ขันคว่ำหงายยายเถียวถอดเรียวรุดรอดเถิงป๋าย ผะดับแดงดำลายก้านก๋ายเหลื้อมมะมาบมีวรรณ ขะบานใบขันแนวนีด จักหื้อจ่างขีดลายวง ลายดอกดวงเกี้ยวรอด บี้เบื้อสอดบินต๋อม เสาขอมผะดับด้วยแก้วเรื่อนร่างแล้วด้วยคำแดง ป่องปายแสงด้วยโกฏิ์งามสะโรดรังสี
ผะดับมีตั้งแต่สี่แจ่งจะตุรารูปเตวดายืนถ้อยถีบตี๋นจับเลียบผะน๋มกรงามบวรซะแล้ม ลายจ่างแต้มสัปปะอันมี ดังรูปกินรีแอ่นฟ้อน รูปกิ๋นนรย้อน
หลัง ถือบุปผังดวงดอกกิ่งก้านออกเปิงปาว รูปเดือนดาวและอากาศ รูปฟ้าหยาดก๋างหาว รูปนางสาวใส่สร้อยข่ายหิ่งห้อยประตู๋โขง ผ้าพับวงยาบย้อยแขวนข่ายสร้อยใบไร มีตึงตุงจัยและตุงจ่อจ๊างยายแลบข้างฉัตรคำ เขียวขาวดำแดงด่าง หม่นเหลื้อมหย่างยายต๋าม

สิ้วสองงามยะยาด รูปนาคขะบ้วงบาศเกี้ยวตี๋นโรง เครือดอกดวงเกี้ยวก่ายสิงห์มอมม่ายหมาหมีตังกินรีและเถื่อนถ้ำ ครุฑนาคน้ำมังก๋ร รูปม้าอัสสดรตั๋วองอาจ รูปจ๊างแก้วราชกุญชรงามเงยงอนเง๊าเงื่อน ใหญ่น้อยเหื่อนปังปายรูปงัวอุสุภราช รูปนกจ๋ากะป๊ากและหงสา รูปมิกาเตียวตี๋นข่าย รูปจ๊างม้าก่ายงวงงา รูปพยัคฆาตั๋วองอาจ รูปเสือโค่งหยาบยังยาย รูปตั๋วก่อยและกระแต๋กระต่าย นกเขียนม่ายหัสดีลิงค์องิคะนิงและก๋าระเวกแขกเต้าปีกเขียวจี๋ สัปปะสัปปี๋ รูปงูรีและงูเงี้ยวแมบลิ้นเกี้ยวเคลือหนา ตังปักขีติจาแล้วล่าง บี้เบ้อสว่างบินบน ดอกดวงสนเกี้ยวกอดบินดั้นสอดไปมา นกปะตาและก๋าป่า ก่าน้ำผ่าเฟืองฟอง รูปไก่หยองและเป็ดป๊าบ รูปก๋าหลาบและถะหวา รูปนกเขาและนกขุ้มมีเป็นจุมเป็นหมู่จับไม้อยู่เหนือกอน รูปกินรีรอนม่ายฟ้อน ยายเหยีบหย้อนหากั๋น มีหลายพรรณหลายหลากรูปนาคน้ำนากี อัสสะหัตถีจ๊างม้า หลายหลากหน้าเสือสิงห์ รูปผู้หญิงโสมแสล้มจายจูบแก้มเล้าโลมใจ๋ รูปเมฆะไหลเดระดาด เครือวัลย์วาดสมตั๋วดอกบัวบานใบสะอดา ดอกป้านป๊าดเจ๋จน ดอกนีละบลเขียวอะตุ่ม ดอกแก้วหนุ่มเก๋มกั๋นเครือหวันสะอาด ผาสารทแกวแววยูงก๋องหลัวสูงร้อยจั้นไม้แก่นขั้นจั๋นแดงสมุนแวงมันซวะซาด ผาสารทแก้วเรียงราย มีเจิงจายงามสะอาด น้ำแต้มหยายเปิงปาว ดำแดงขาวหยดหว่างแมงปู้สว่างจมละอองอเนกนองแสนสิ่งข่ายหิ้งแก้วทุกปาย ถะบอมคว่ำปี้จักใส่รูปม้าน้ำตั๋วก๋าย ถะบอมหงายปี้จักใส่แก้วแว่น ตี๋นแต๋นปี้จักใส่ลายวง ประตู๋โขงปี้จักหื้อแต้มรูปเตวดาถือดอกไม้ ผะน๋มมือไหวอยู่ซอนลอน ลางคนปี้จักหื้อแต้มรูปติ๊บพญาะรงามป๊งแป่ง ลางคนปี้จักหื้อถือจามารแกว่งกวัดไกว๋ ลางคนปี้จักหื้อถือฉัตรไบรไรหยายย้อย ลางคนปี้จักหื้อถือข่ายสร้อยและหางยูง ฝ่ายหลังคามุ่งปี้จักหื้อแต้มลายฟ้า ฝ่ายมุขหน้าหี้อจักใส่ลายคำ ลายขะแจ๋จ๋ำถ้อยถี่ ลายกาบกวีบานใบยายย้อยไกว๋ยะยาบเหลื้อมมะมาปสิ่งแสงสี มีตังพัดวีพัดป๊าวและจ๋ามมะรีดูยิ่ง ใต้ฟ้าขิ่งสถาน เปื้อส่งสะการน้องแก้วปี้... ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นนั้นรูปแบบปราสาทที่ใช้ใส่ศพพระมหากษัตริย์ พระราชวงศ์และพระสงฆ์ก็ดี น่าจะได้รูปแบบมาจากปราสาทธรรมาสน์ที่พระสงฆ์ใช้เป็นที่แสดงธรรมซึ่งทุกวัดในล้านนาจำเป็นต้องมีอยู่ด้วยกันทั้งนั้นน่าจะเป็นต้นแบบให้กับปราสาทใส่ศพก็อาจเป็นได้ ส่วนปราสาทชนิดอื่น ๆ ไม่ค่อยมีปรากฏอยู่นอกจากจะพบเห็นตามวัดอีกเช่นปราสาทหลังเปียงสันนิษฐานว่าน่าจะมีเค้าแบบมาจากอาสนะพระเจ้าหรือธรรมาสน์ที่ไม่มีเรือนยอด ส่วนปราสาทชนิดอื่นๆ ในปัจจุบันหาดูได้ยากยิ่งเพราะมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและความนิยม

 

 
 

Copyright ©2008 www.songsakarn.com All rights reserved. Design by Easy Soft