Untitled Document
ส่งสการ ดอท คอม เข้ามาอู้มาจ๋ากั๋นม่วนๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับผาสาท งานบุญล้านนาต่างๆ ภาษาล้านนา ฯลฯ
Untitled Document
หน้าหลัก
ความหมายของส่งสการ
ลักษณะการจัดศพ
พิธีกรรม
ประวัติที่มาของปราสาท
สล่า(ช่าง)ผู้ทำปราสาทศพในปัจจุบัน
ประวัติการตั้งชมรม
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์
สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด
ไว้อาลัยน้องละอ่อนดอยสะเก็ด
 
กรุณากรอก อีเมล์ ให้ถูกต้อง
ประวัติที่มาของปราสาท
/ หน้า 3


การสร้างนกหัสดีลิงค์


การสร้างนกหัสดีลิงค์มีกฎที่ตายตัวว่าจะต้องเหมือนกันหมดนั่นคือ ต้องเป็นนกผสมช้างเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีสันลวดลายที่แต่งแต้มนั้นย่อมเป็นไปตามความคิดจิตนาการและฝีมือของช่างที่จะรังสรรค์ออกมาว่างดงามเป็นประการใด ในปัจจุบันนี้การสร้างนกหัสดีลิงค์สำหรับรองรับปราสาทศพของพระสงฆ์ในล้านนานั้นมีช่างจากโรงปราสาทอยู่หลาย ๆ แห่งที่รับจ้างทำปราสาทและนกหัสดีลิงค์ในงานพระราชทานเพลิงศพก็ดี งานประชุมเพลิงศพก็ดี ซึ่งโรงปราสาทเหล่านี้บ้างก็เป็นฆราวาสบ้างก็เป็นพระภิกษุ สำหรับวิธีการของโรงทำปราสาทแต่ละแห่งนั้นก็จะมีลักษณะที่คล้าย ๆ กันสามารถประมวลสรุปกรรมวิธีการสร้างปราสาทและนกหัสดีลิงค์ออกมาได้อยู่ ๕ ขั้นตอนดัง

๑.ต้องนำไม้มาขึ้นรูป หรือทำเป็นโครงสี่เหลี่ยมไม้ที่ใช้เป็นโครงภายในส่วนมากจะเป็นไม้เนื้อแข็งเพราะต้องรับน้ำหนักของตัวปราสาท จากนั้นก็จะนำไม้ไผ่มาทำการขึ้นรูปเป็นตัวนก ไม้ไผ่ที่ใช้ต้องเป็นไม้ดิบเพราะสามารถดัดได้ตามความต้องการโดยไม่หัก เมื่อทำเป็นโครงร่างของนกแล้วก็เอาไม้ที่สานเป็นผืนมามาประกบโดยใช้เส้นลวดและตะปูเป็นตัวยึดเพื่อไม่ให้เห็นโครงไม้ไผ่ด้านในเมื่อติดเสร็จก็เอาแป้งเปียกมาทาให้ทั่วแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษอื่น ๆ มาปิดทับอีกทีหนึ่งทิ้งไว้ให้แห้งจากนั้นก็ใช้สีรองพื้นก่อนจากนั้นก็ลงสีน้ำมันหรือสีพลาสติกแต่งแต้มลวดลายต่าง ๆ หรือเอากระดาษสีเข้ามาปิดทับในส่วนที่ต้องการอีกครั้งตามความต้องการของช่าง
   
๒.การทำปีกนกในการทำปีกก็คล้ายกับการทำตัวนกโดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็งเป็นตัวยืนจากนั้นก็ใช้ไม้ไผ่ทำเป็นโครงขึ้นรูปเป็นปีก แล้วก็เอาไม้ไผ่สานมาปิดทับส่วนที่เป็นโครง จากนั้นก็เอาแป้งเปียกมาทแล้วก็ปิดกระดาษทับทิ้งไว้อีกชั้นหนึ่งแล้วจึงนำไปตากให้แห้งแล้วก็นำมาลงสีหรือติดกระดาษ,ส่วนการทำหางก็มีลักษณะคล้าย ๆ กันต่างกันแต่ว่าเป็นการเอาไม้มาขึ้นโครงทำเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วจึงเอาไม้อัดมาตัดให้ได้รูปหางแล้วก็นำไปติดกับโครง แล้วก็ปิดกระดาษทับอีกครั้งก่อนที่จะเขียนเป็นลวดลาย ในส่วนของหางนกหัสดีลิงค์นั้นนอกเหนือไปจากหางแล้วก็ยังมีการเพิ่มในส่วนของลายกนกทางด้านท้ายปราสาทเข้าไปด้วยการทำลายกนกในส่วนนี้คงจะมีลักษณะเช่นเดียวกัน
   
๓. การทำหัวนก เป็นการนำไม้ไผ่มาสานให้เป็นรูปวงกลมโดยใช้เส้นลวดเป็นตัวยึดแล้วก็ขึ้นโครงไม้ไผ่ให้มีลักษณะเหมือนหัวช้าง พร้อมกันนั้นก็ทำส่วนใบหู ๆ ก็มีลักษณะอย่างหูช้างและทำดวงลูกตาไปพร้อม ๆ กัน และทำกลไกที่จะทำให้หู,ดวงตาของนกหัสดีลิงค์ขยับไปมาหรือกระพริบตาได้ เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วก็นำมาประกอบกันแล้วก็ทำการทากาวจากนั้นก็ปิดทับด้วยกระดาษอีกครั้งหนึ่งรอให้แห้งแล้วจึงนำมาลงสีตกแต่งในรายละเอียด
   
                                         

 

๔.การทำตัวปราสาท โดยมากจะใช้ไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็งตามแต่จะหาได้มาทำเป็นโครงร่างของตัวปราสาท ปราสาทที่เห็นกันในปัจจุบันนี้นั้นจะประกอบด้วยองค์ประกอบอยู่ ๔ ส่วนคือ

๑.ส่วนฐานปราสาท หมายถึงฐานที่จะรองรับโครงสร้างทั้งหมดของปราสาทในส่วนนี้ต้องมีความแข็งแรงมั่นคง ฐานปราสาทมักจะทำเป็นเหลี่ยมย่อมุมประกอบด้วยฐานปัทม์ บัวคว่ำบัวหงาย ลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป
๒.ตัวเรือนปราสาท ในส่วนนี้หมายถึงช่วงระหว่างฐานปราสาทกับช่วงของหลังคา ตรงนี้จะมีเสาขึ้นมารองรับส่วนโครงหลังคา ซึ่งเรียกกันว่าตัวเรือนปราสาทเพราะเป็นที่ตั้งวางศพ โครงสร้างที่เด่นชัดในส่วนนี้เห็นจะได้แก่เสาและองค์ประกอบอื่นเช่น โก่งคิ้ว กาบพรมศร และเสาปราสาทที่สลักเสลาให้งดงามเป็นต้น
๓. ส่วนของหลังปราสาท
๔ ส่วนยอดปราสาท ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือส่วนต่าง ๆ ของปราสาท

ในการสร้างปราสาทขึ้นมาแต่ละหลังนั้นอันดับแรกต้องขึ้นโครงของฐานปราสาทก่อนโดยใช้ไม้ที่มีความแข็งแรงในการขึ้นโครงในส่วนนี้จากนั้นก็ทำการทากาวติดกระดาษรองพื้นแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง จากนั้นก็นำกระดาษอีกชุดหนึ่งที่มีสีตัดกับกระดาษรองพื้นไปตอกให้มีลวดลายต่าง ๆ ในหนังสือประเพณีชีวิตคนเมืองได้กล่าวถึงลายดอกไว้ว่า...การแต่งไม้ศพก็แล้วแต่ฝีมือของช่างแต่ละคน มีการติดกระดาษรองพื้นแล้วติดทับด้วยกระดาษที่ตัดเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น ดอกเครือมัน ดอกกากอก ดอกปากกะบาน ดอกติดลำด้าย ดอกติดเพดานลายธงมาร เป็นต้น...

0
     


เมื่อทุกอย่างสร้างเสร็จไปแล้วก็นำเอาส่วนต่าง ๆ เข้ามาประกอบกันเพื่อให้ได้รูปแบบที่สมบูรณ์ต่อไป เพราะการสร้างปราสาทก็ดี นกหัสดีลิงค์ก็ดีจะต้องแยกกันทำไปทีละส่วนเพื่อความสะดวกในการทำงาน สมัยโบราณเมื่อประกอบส่วนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเมื่อถึงคราวที่จะต้องนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบกันเป็นนกเป็นปราสาทนั้นก็ต้องสร้างนั่งร้านขึ้นที่จะนำเอาส่วนต่าง ๆ ของปราสาทและนกหัสดีลิงค์เข้าประกอบกัน สำหรับฐานรองนกหัสดีลิงค์นั้นมักจะเป็นต้นมะพร้าวบ้าง ต้นตาลบ้าง เป็นฐานเพื่อที่จะใช้ผูกเชือกสำหรับลากออกไปสู่ที่เผาอีกทั้งต้นมะพร้าวและต้นตาลนั้นมีลำต้นที่ยาวเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้เป็นฐานรองรับนกหัสดีลิงค์และตัวปราสาท

 

 
 

Copyright ©2008 www.songsakarn.com All rights reserved. Design by Easy Soft